WRC 8 FIA World Rally Championship เกมแข่งรถที่แฟน ๆ แรลลีควรลิ้มลอง

WRC FIA World Rally Championship เป็นซีรีส์เกมแข่งรถเพียงไม่กี่เกม ที่เน้นการนำเสนอการแข่งขันแรลลีสมจริงแบบ Pure 100% ทำให้เกมเมอร์สายเรซซิ่งหลายคน จึงต่างรู้สึกตื่นเต้นกับการกลับมาของเกม WRC ที่ดำเนินมานานตั้งแต่ปี 2003 จนถึงล่าสุด ก็มาถึงภาคที่ 8 แล้ว

Kylotonn ผู้พัฒนาเกม WRC เคยกล่าวสัญญาว่าตัวเกมจะถูกยกระดับ และปรับปรุงเกมเพลย์ เพื่อมอบประสบการณ์การแข่งขันแรลลีให้ล้ำลึกไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งผลลัพธ์ออกมา ทำให้เกม WRC 8 กลายเป็นเกมแข่งรถแรลลีที่กลับมาคัมแบคอีกครั้ง หลังจาก WRC 7 มีกระแสวิจารณ์ที่ค่อนข้างผิดหวังจากเหล่าเกมเมอร์สายเรซซิ่งบางกลุ่ม

แล้วเกมจะมีลักษณะอย่างไร พบกับบทความรีวิว WRC 8 FIA World Rally Championship

จากมือสมัครเล่นสู่แชมป์ระดับสากล

WRC 8

เนื้อเรื่องของเกม WRC 8 ก็คล้ายกับเกมแข่งรถทั่วไป คือผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนักแข่งแรลลีอิสระ ที่ต้องไต่เต้าจากนักแข่งรถมือสมัครเล่น ไปขึ้นสู่นักแข่งรถระดับมืออาชีพ พร้อมคว้าถ้วยรางวัล World Rally Championships มาให้จงได้

ในช่วงเริ่มต้นของเกม ผู้เล่นจะต้องเลือกว่าจะแข่งขันแรลลีประเภทไหน ระหว่างคลาส WRC Junior หรือ WRC 2 ซึ่งการแข่งขันแบบ WRC Junior จะเหมาะสำหรับผู้เล่นมือใหม่ และการแข่งขันแบบ WRC 2 จะเหมาะสำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์เล่นเกมแข่งรถมาก่อน ซึ่งเกมเมอร์สามารถเลือกเล่นได้ตามความต้องการ

สิ่งที่เกม WRC 8 ได้เปลี่ยนแปลงจากเกม WRC ทุกภาค ก็คือระบบ Carreer Mode ที่มีการยกระดับ ให้มีองค์ประกอบล้ำลึกมากขึ้น ในเกม WRC 8 จะเริ่มมีระบบการบริหารลูกทีม เช่น การจ้าง/ไล่ออก ช่างซ่อมรถ, เอเจนซี และนักอุตุนิยมวิทยา เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการแข่งขันของผู้เล่นให้ไปได้อย่างราบรื่น

WRC 8 FIA World Rally Championship
WRC 8 เป็นเกมแรกที่นำเสนอระบบการจัดการลูกทีม

รวมถึงตัวเกม มีระบบปฏิทินที่ให้ผู้เล่นสามารถวางแผนการแข่งขันได้ เช่น วันนี้เลือกทำอีเว้นท์พิเศษ เพื่อหารายได้เสริม หรือวางแผนให้วันพรุ่งนี้ ลูกทีมไม่ต้องทำงานหรือพักผ่อน เพื่อเพิ่มความเตรียมพร้อมในการแข่งขันใหญ่รอบหน้าต่อไป

ระบบ Progress ก็ออกแบบได้น่าสนใจเช่นกัน เพราะเกมนี้มีระบบ Skill Tree ให้อัพสกิลพิเศษ โดยผู้เล่นจะได้รับ Point มา 1 แต้มจากการเลเวลอัพ เพื่อแลกกับปลดสกิลหนึ่งอย่าง เช่นสกิลเพิ่มเงินรางวัล 10% จากการแข่งขัน, เพิ่ม Slot พนักงาน, การพยากรณ์อากาศแม่นขึ้น 5% และสกิลที่มีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย

Skill Tree มีรายละเอียดล้ำลึกอย่างคาดไม่ถึง

แน่นอนว่า Career Mode ที่มีองค์ประกอบเจาะลึกมากขึ้น ก็ย่อมทำให้เกมเข้าถึงยากกว่าเดิม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าประสบการณ์ Career Mode แบบใหม่ ทำให้การเล่นโหมดเนื้อเรื่องของ WRC 8 มีความสดชื่นกว่าเกมภาคเก่า หรือถ้าหากผู้เล่นไม่อยากจัดการลูกทีม เกมเมอร์ก็สามารถเล่น Seasons Mode ที่จะเน้นการแข่งขัน WRC อย่างเดียวก็ได้

อัดแน่นด้วยคอนเทนต์

เนื่องจาก WRC 8 เป็นเกมที่ผ่านซื้อลิขสิทธิ์การแข่งขัน WRC FIA World Rally Championship อย่างเป็นทางการ คอนเทนต์ภายในเกมจึงอัดแน่นเต็มไปด้วยสนามแข่งที่อ้างอิงมาจากโลกจริง ลวดลายรถยนต์จากทีมแรลลีชื่อดัง และรายชื่อนักแข่งทั้งระดับมืออาชีพกับระดับมือสมัคร ต่างเข้ามามีบทบาทในเกมนี้

สิ่งแรกที่รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ก็คือการออกแบบสนามแข่งรถของเกม มีความหลากหลาย Layouts ตั้งแต่สนามแข่งรถเส้นทางระยะสั้น 5 กิโลเมตร จนถึงสนามแข่งรถเส้นทางระยะยาวถึง 21 กิโลเมตร และทุกสนามแข่ง ล้วนอ้างอิงจากโลกจริง มีตั้งแต่สนามแข่งแรลลีของประเทศสวีเดน, ฝรั่งเศส, ชิลี, ออสเตรเลีย กับประเทศอื่น ๆ ทั้งหมดเป็น 16 แห่ง รวมถึงสนามแข่งรถปราบเซียนแรลลีอย่าง Monte Carlo อีกด้วย

ในหนึ่งสถานที่ มีสนามแข่งที่แตกย่อยไปอีกมากมาย

นอกจากนี้ เนื่องจาก Career Mode มีองค์ประกอบซับซ้อนกว่า WRC ภาคก่อน ๆปริมาณอีเว้นท์ของเกมจึงเยอะขึ้นตามมาเช่นกัน ระยะเวลาการเล่น Career Mode ของ WRC 8 จนจบจะตกประมาณที่ 15-20 ชั่วโมง แต่ถ้าหากผู้เล่นติดทัวร์นาเมนต์ WRC FIA World Rally Championship ก็อาจจะต้องใช้เวลาเล่นจนจบนานกว่านั้นก็เป็นไปได้

แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบรถยนต์ก็อาจจะต้องผิดหวังซะหน่อย เนื่องจากเกม WRC 8 เป็นเกมที่อ้างอิงข้อมูลจากการแข่งขัน WRC ทั้งหมด ทำให้รถยนต์ของเกม ค่อนข้างขาดความหลากหลายพอสมควร ตัวอย่างรายชื่อแบรนด์รถยนต์ในเกมนี้มีเพียง Toyota, Ford, Skoda, Citron, Proton, Hyundai, Lancia ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นรถที่เคยถูกใช้การแข่งขันแรลลีในชีวิตจริงทั้งสิ้น

แต่ถ้าหากเแรียบเทียบกับเกมแข่งรถหลาย ๆ เกม WRC 8 นับว่าเป็นเกมที่มีคอนเทนต์เยอะมาก ถ้าหากเกมเมอร์กำลังมองหาเกมแข่งรถที่สามารถเล่นได้นาน โดยไม่จำเป็นต้องจ่าย DLC เพิ่ม เกมนี้น่าจะตอบโจทย์คุณที่สุดแล้ว

เล่นยาก แต่สามารถเข้าถึงได้

การแข่งรถแรลลีนั้น ไม่เหมือนกับการแข่งประลองบนพื้นถนนทั่วไป เพราะเกมนี้จะไม่มี Mini Map ให้ผู้เล่นรู้เส้นถนนล่วงหน้า ฝ่ายเกมเมอร์จะต้องคอยฟังเสียงพาร์ทเนอร์ที่คอยบอกเส้นทางกับเรา แล้วให้ผู้เล่นขับรถตามสัญชาตญาณของตัวเอง ซึ่งถ้าใครเคยเล่นเกมแรลลีมาก่อน ก็จะเข้าใจระบบนี้เป็นอย่างดี

และเนื่องจาก WRC 8 เป็นเกมแข่งรถแรลลีที่มีฟิสิกส์การขับแบบสมจริง แน่นอนว่าเกมนี้จะมีระบบการเลี้ยวที่เชื่องช้ากว่าเกมแข่งรถอาร์เขต และด้วยการออกแบบเส้นถนนที่ซับซ้อน มีสภาพพื้นถนนแบบขรุขระ มีการแข่งขันช่วงกลางวัน-กลางคืน รวมถึงเป็นภาคแรกของ WRC ที่มีระบบ Dynamic Weather (เปลี่ยนสภาพอากาศ) ทำให้ตัวเกมมีความยากท้าทายใช้ได้เลย ซึ่งผู้เล่นจะต้องเรียนรู้ความผิดพลาดจากการเฟลแล้วเฟลอีก เพื่อนำเรียนรู้พัฒนาทักษะ และเข้าใจสนามแข่งมากยิ่งขึ้น ส่งผลลัพธ์ทำให้ตัวเกมค่อนข้างมีความเสพติดพอสมควร

WRC 8 FIA World Rally Championship
การออกแบบสนามแข่งรถที่ซับซ้อน ช่วยเพิ่มความตึงและน่าตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด

แต่โชคดี ที่เกมนี้มีระดับความยากให้เลือก 4 แบบ คือ Easy, Normal, Hard, Very Hard ซึ่งระดับความยากก็ไม่มีกลไกซับซ้อนอะไรเลย ถ้าหากเลือกระดับความยากแบบ Very Hard คู่แข่งจะทำเวลาการแข่งขันได้เร็ว และรถของเราจะเสียหายง่ายมาก แต่ถ้าเลือกความยากแบบ Easy ตัวคู่แข่งก็จะอ่อนข้อให้ผู้เล่นสุด ๆ แม้ผู้เล่นจะเข้าโค้งพลาด หรือถูกทำโทษ Penalty เวลา 9 วินาที ก็ยังสามารถแข่งรถเข้าถึงเส้นชัย โดยยังทำเวลาดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงทิ้งระยะห่างกับคู่แข่งจนเกือบ 1 นาที หรือพูดง่าย ๆ คือระดับความยากของเกม WRC 8 จะตรงตามชื่อเลย Easy แปลว่าง่าย Hard แปลว่ายากนั่นเอง

ระบบการเลี้ยวของเกม WRC 8 ก็มีการปรับปรุงมาจากเกม WRC ภาคก่อน แต่ทว่ารถบางคันอย่างเช่น Ford Focus RS หรือ Proton จะมีบางครั้งที่จู่ ๆ รถสะดุดหรือปัดจนเสียการทรงตัวได้ง่าย แม้รถจะผ่านปรับจูนหลายครั้งก็ตาม ซึ่งทั้งหมดเป็นเพราะว่าคอนโทรลเลอร์ ไม่รองรับระบบ Force Feedback ซึ่งจะช่วยทำให้การควบคุมรถนิ่งเป็นธรรมชาติมากขึ้น (ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคอมมูนิตี้ WRC แนะนำให้ใช้จอยพวงมาลัยกัน)

เพราะฉะนั้นวิธีการรับประสบการณ์การเล่น WRC 8 ที่ดีที่สุด เกมเมอร์จะต้องใช้จอยพวงมาลัยในการเล่นเกม ซึ่งผู้เล่นจะใช้จอยคอนโทรลเลอร์ก็ได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

กราฟิก / ประสิทธิภาพ

กราฟิกโดยรวมของเกม WRC 8 ไม่ได้จัดว่าแย่ แต่ก็ไม่ได้ความสวยงามเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าจะให้มองหาจุดกราฟิกที่ทำได้ดีสุด ก็คือเอฟเฟกต์แสงเงาและการใช้สี ที่สามารถออกแบบให้ภาพภายในเกมมีความเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบภาพกราฟิกจากเกมแข่งรถอื่น ๆ ภาพรวมของ WRC 8 ยังจัดว่าแพ้เกมอื่นอีกเกมหลายเกม

กราฟิกดูดี แต่ก็ไม่ใช่เป็นเกมที่มีภาพสวยที่สุด

สำหรับเวอร์ชัน PlayStation 4 Pro ตัวเกม WRC 8 จะถูกจำกัดเฟรมเรตที่ 30 FPS และระหว่างการเล่นเกม ก็พบกับปัญหาบั๊กวัตถุรอบสนามแข่งโหลดไม่ทัน รวมถึงเจอบั๊กประหลาด ๆ อย่างเช่น ลูกบอลที่ควรลอยอยู่ฟ้า กลับบินลอยทะลุถนนซะงั้น แต่นอกเหนือจากบั๊กตลกที่นาน ๆ จะเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว ตัวเกมก็ยังสามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลปกติ โดยไม่พบบั๊กที่ทำให้เกมพังหรือเกม Crash

ฉะนั้นถ้าหากเกมเมอร์สนใจเล่น WRC 8 ก็แนะนำให้เล่นผ่านระบบ PC ดีกว่า เนื่องจากเกมจะสามารถปรับแต่งกราฟิกได้หลากหลายกว่า  แต่แน่นอนว่าถ้าหากผู้เล่นไม่ขัดใจกับการเล่นเกมแข่งรถบนเฟรมเรต 30 FPS การเล่นเกมผ่านระบบ PlayStation 4 ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเช่นกัน

สรุป

WRC 8

WRC 8 FIA World Rally Championship เป็นภาคต่อเกมแข่งรถแรลลีออฟฟิเชียล ที่พยายามเพิ่มความสดใหม่ของตัวเกม ด้วยการใส่ลูกเล่น Career Mode ให้มีรายละเอียดยิ่งขึ้น มีปริมาณคอนเทนต์เยอะ รวมถึงตัวเกมยังคงรักษามาตรฐานการออกแบบสนามแข่งได้ยอดเยี่ยมเช่นเคย ถึงแม้ระบบการควบคุมรถบางส่วนยังต้องปรับปรุงเล็กน้อย ภาพกราฟิกและการนำเสนออาจจะยังขาดความโดดเด่น แต่คุณภาพของเกมโดยรวมแล้ว ยังจัดว่าเป็นเกมแรลลีคุณภาพน้ำดีที่เล่นสนุกอีกเกมหนึ่ง โดยเฉพาะแฟน ๆ ที่ติดตามวงการแรลลีจะต้องชื่นชอบเกมนี้ไม่น้อย

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*